
สมมติว่าคุณยืนหน้ากระจกแล้วเห็นร่องแก้มลึกขึ้น สิ่งแรกที่คิดก็คือ “ถ้าเติมให้ร่องมันตื้นก็น่าจะจบ” ใช่ไหมครับ แต่ถ้าถามผม ผมมักอยากดูด้านข้างก่อน เพราะร่องที่เห็นตรงกลางอาจเป็นผลจากส่วนอื่นเปลี่ยนไป ไม่ได้แปลว่าร่องนั้นขาดฟิลเลอร์อยู่จุดเดียว
ผมชอบเปรียบใบหน้ากับผืนผ้า
ถ้าเราขึงผ้าโดยเริ่มดึงแต่ตรงกลาง มันอาจไม่ใช่วิธีทำให้ผ้าตึงทั้งผืน สำหรับการประเมินใบหน้าของผมก็คล้ายกัน คือมองว่าด้านบนและด้านข้างมีอะไรเปลี่ยนไปก่อน จากนั้นจึงค่อยไล่ลงมาด้านล่างและเข้ามาหากึ่งกลางหน้า แน่นอนว่าการเปรียบนี้ไม่ใช่คำอธิบายกายวิภาคทั้งหมดนะครับ แต่ช่วยให้คนไข้เห็นภาพว่าทำไมผมถึงไม่ดูแค่จุดที่มีร่อง
ขมับตอบทำให้โหนกแก้มดูเด่นขึ้นได้อย่างไร
โหนกแก้มบางคนไม่ได้ใหญ่ผิดปกติ แต่พอขมับหรือแก้มบริเวณใกล้เคียงมีปริมาตรน้อยลง โหนกแก้มจะยิ่งดูเด่นเมื่อเทียบกับส่วนอื่น ผมจึงให้ความสำคัญกับขมับและแก้มตอบมาก เพราะบางครั้งสิ่งที่คนไข้เรียกว่า “หน้าโหนก” เป็นเรื่องความสมดุลของสัดส่วนมากกว่ากระดูกโหนกแก้มเพียงอย่างเดียว
ร่องแก้มเกิดจากกระดูกหรือผิวหย่อนกันแน่
คำตอบอาจเป็นได้ทั้งสองอย่างหรือหลายอย่างร่วมกัน โครงสร้างรองรับเปลี่ยนไปก็ทำให้ร่องดูชัดขึ้นได้ ขณะเดียวกันเนื้อเยื่อที่หย่อนลงมาก็มีส่วน ผมจึงอยากดูเวลาคนไข้นิ่ง ยิ้ม และมองด้านข้างประกอบกัน แล้วค่อยพิจารณาว่าฟิลเลอร์ควรมีบทบาทตรงไหน หรือมีทางเลือกอื่นที่ตอบโจทย์มากกว่า
ผมไม่ชอบหน้ายื่นจนดูว่าทำมาเยอะ
บางคนเติมตรงกลางซ้ำหลายรอบจนใบหน้าดูนูนออกมาแบบที่ไม่ตั้งใจ ผมชอบความเปลี่ยนแปลงที่คนไข้เห็นแล้วรู้สึกว่าหน้าเข้าที่มากกว่าเห็นว่ามีฟิลเลอร์เยอะเพียงใด หลักคิดของผมคือใช้เท่าที่มีเหตุผลกับโครงสร้างจริง แล้วเว้นที่ให้สีหน้าและผิวดูเป็นธรรมชาติ
เทคนิคการฉีดไม่ใช่คำรับประกันความปลอดภัย
ผมให้ความสำคัญกับการเลือกอุปกรณ์ เช่น เข็มทู่ในบริเวณที่เหมาะ และการควบคุมปริมาณฟิลเลอร์อย่างละเอียด แต่ต้องพูดให้ครบว่าเข็มทู่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน การฉีดใกล้หลอดเลือดมีความเสี่ยงที่บางครั้งรุนแรงมากได้ ถ้าหลังทำมีอาการปวดผิดปกติ สีผิวเปลี่ยน หรือการมองเห็นผิดไป ต้องรีบพบแพทย์ทันที
ทำไมผมอยากคุยงบก่อน
ถ้าคนไข้กังวลหลายตำแหน่ง ผมไม่อยากให้รู้สึกว่าต้องซื้อแพ็กเกจใหญ่ให้ครบทั้งหมดในวันเดียว เราสามารถวางลำดับความสำคัญ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบได้และเหมาะกับงาน แล้วคุยเรื่องความคุ้มค่าโดยไม่ใช้ชื่อประเทศผลิตเป็นตัวตัดสินคุณภาพทุกอย่าง
ธรรมชาติสำหรับคนไข้แต่ละคนไม่เหมือนกัน
บางคนคิดว่าธรรมชาติคือคนอื่นดูไม่ออกว่าเคยฉีด บางคนอยากให้กรอบหน้าชัดขึ้นจนเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ยังไม่อยากให้ใบหน้าดูแข็ง ผมจึงชอบถามต่อว่าอยากให้เห็นอะไร และไม่อยากให้เห็นอะไร เพราะสิ่งนี้เปลี่ยนแผนการใช้ปริมาตรและลำดับตำแหน่งที่พิจารณาได้มาก
เวลาเราพูดว่าขึงใบหน้าจากด้านข้าง นั่นเป็นวิธีคิดด้านสัดส่วนของผม ไม่ใช่คำสัญญาว่าเติมขมับแล้วร่องทุกเส้นต้องตื้นลงนะครับ ต้องดูเนื้อเยื่อจริง บางคนร่องแก้มยังมีอยู่หลังปรับส่วนอื่นแล้วก็ไม่ใช่เรื่องผิด เราต้องยอมรับว่าบางรอยเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างและการแสดงสีหน้า
คำถามที่คนไข้มักถาม
เติมขมับก่อนร่องแก้มทุกคนเลยไหม
ไม่ใช่ทุกคนครับ นี่คือวิธีที่ผมชอบใช้คิดภาพรวม แต่ตำแหน่งจริงขึ้นกับกายวิภาคและสาเหตุของปัญหา
ฟิลเลอร์ยกหน้าแทนเครื่องได้ไหม
เป็นคนละบทบาทครับ บางคนมีปัญหาปริมาตร บางคนเน้นความหย่อนคล้อย ต้องเลือกจากโจทย์จริง